
.png)
เมื่อพูดถึง "การตลาด B2B ไทย" สำหรับกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ผู้จัดจำหน่ายเครื่องจักร (Distributors) หรือธุรกิจ B2B ระดับ SMEs เจ้าของธุรกิจหลายคนมักจะติดภาพจำว่า ต้องใช้งบโฆษณามหาศาลหลักแสนหลักล้าน, ต้องจ้างเอเจนซี่โฆษณาระดับโลกแพงๆ, หรือไม่ก็ต้อง พึ่งพาทีมเซลส์ (Sales Representative) ขับรถตระเวนวิ่งเคาะประตูหาลูกค้าเพียงอย่างเดียว
ความเชื่อเหล่านั้นอาจจะเคยจริงในอดีต... แต่ไม่ใช่ในยุคดิจิทัลที่ผู้บริหารและฝ่ายจัดซื้อค้นหาข้อมูลทุกอย่างผ่านอินเทอร์เน็ต
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ SME ที่มีงบการตลาดต่อเดือนอยู่ราวๆ ฿15,000 - ฿100,000 คุณไม่สามารถเอาเงินไป "หว่าน" ยิงแอดพร่ำเพรื่อเพื่อสร้าง Awareness กว้างๆ แบบสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ได้ ทุกบาททุกสตางค์ต้องถูกใช้อย่างแม่นยำเพื่อดึงดูด Lead (รายชื่อลูกค้าผู้มุ่งหวัง) ที่มีคุณภาพเท่านั้น
และนี่คือ กลยุทธ์ Inbound-First (ดึงดูดลูกค้าให้วิ่งเข้ามาหา) สำหรับมือใหม่ ที่ Whalevox ในฐานะ เอเจนซี่ B2B ใช้สร้าง Lead และยอดขายจริงให้กับลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมในไทยมาแล้วนับไม่ถ้วน
บริบทที่ต้องเข้าใจ: ลูกค้าทั่วไป (B2C) อาจจะตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าหรือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เพราะโปรโมชั่นลดราคา ซื้อเพราะความอยาก หรือซื้อตามอินฟลูเอนเซอร์ แต่สำหรับวงการ B2B อุตสาหกรรม การซื้อเครื่องจักร ซอฟต์แวร์องค์กร หรือรับเหมาวางระบบโรงงาน มี รอบการตัดสินใจ (Sales Cycle) ที่ยาวนานมาก ตั้งแต่หลักสัปดาห์ไปจนถึงหลักปี!
ที่สำคัญคือ "พวกเขาไม่ได้ตัดสินใจคนเดียว" การจะซื้อของหลักแสนหรือหลักล้าน ต้องผ่านคนหลายด่าน ตั้งแต่วิศวกรผู้ใช้งานจริง ฝ่ายจัดซื้อ (Procurement) ที่คอยเทียบราคา ไปจนถึงผู้บริหารที่เซ็นอนุมัติ
สิ่งที่คุณต้องโฟกัส: เลิกใช้คำโฆษณาที่เล่นกับอารมณ์ (Emotional) แล้วหันมาใช้คำโฆษณาที่เล่นกับ "เหตุผลและตัวเลข" (Logical & Data-driven) เพราะวิศวกรและจัดซื้อต้องการ "ความน่าเชื่อถือ" และ "ตัวเลขผลลัพธ์" เพื่อนำไปทำรายงานเสนอเจ้านายต่อ ไม่ใช่แค่คำคุยโวว่า "เราคืออันดับหนึ่ง"
ก่อนที่คุณจะควักเงินยิงโฆษณา (Traffic) คุณต้องมั่นใจก่อนว่า "บ้าน" หรือเว็บไซต์ของคุณ (Destination) พร้อมต้อนรับแขกและปิดการขายได้ หากเว็บพัง ยิงแอดไปก็เหมือนเทน้ำลงในถังที่รั่ว
เว็บไซต์ B2B ที่ดีต้องประกอบด้วย:

ลืมการโพสต์ "สวัสดีวันจันทร์" หรือการลงภาพสินค้าพื้นหลังขาวแล้วแนบเบอร์โทรบน Facebook Page ไปได้เลย แพลตฟอร์มที่ทรงพลังที่สุดและตรงกลุ่มเป้าหมายที่สุดสำหรับธุรกิจ B2B ในปัจจุบันคือ LinkedIn
ด้วยงบประมาณที่มีจำกัด (฿15k - ฿100k) กฎข้อสำคัญคือ "อย่าเอาเงินไปยิงโฆษณาหาคนที่ไม่คุ้นเคยกับแบรนด์ หรือไม่มีความต้องการซื้อ"
การทำ การตลาด B2B ไทย ไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนโตหลักล้านเสมอไป แต่มันต้องอาศัย "ความสม่ำเสมอ" และ "ความเข้าใจใน Pain Point ของลูกค้า" อย่างลึกซึ้ง
หยุดสาดงบโฆษณาไปทั่ว แล้วหันมาสร้างเว็บไซต์ที่แข็งแกร่ง สร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ และยิงแอดเพื่อดักรอคนที่พร้อมจ่าย นี่คือสูตรสำเร็จที่ SME อุตสาหกรรมสามารถเอาชนะคู่แข่งรายใหญ่ได้!
อยากเริ่มต้นปรับปรุงการตลาด B2B แต่ไม่รู้จะเช็คความพร้อมของตัวเองอย่างไร? [ติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อเช็คความได้เลยที่นี่]

