รับทำ Performance Max บริการจัดการแคมเปญ PMax ระดับมืออาชีพเพื่อธุรกิจ B2B และ SME

January 5, 2026
Ni
เขียนโดย
Ni
รับทำ Performance Max บริการจัดการแคมเปญ PMax ระดับมืออาชีพเพื่อธุรกิจ B2B และ SME

ในยุคที่ Digital Landscape มีความซับซ้อนและพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การพึ่งพาเพียงแค่โฆษณาบน Google Search (Keyword Search) อาจไม่เพียงพออีกต่อไปสำหรับธุรกิจที่ต้องการการเติบโตแบบก้าวกระโดด Google ได้เปิดตัวโซลูชันที่เรียกว่า Performance Max (PMax) ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในวงการโฆษณาออนไลน์ โดยนำเทคโนโลยี AI มาเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนผลลัพธ์

Whalevox ในฐานะ เอเจนซี่โฆษณา Google ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Specialized Agency) เราเข้าใจดีว่าเจ้าของธุรกิจและผู้บริหารการตลาดต้องการผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่ยอดคลิก แต่คือยอดขาย (Sales), รายชื่อลูกค้าเป้าหมาย (Leads), และผลตอบแทนจากค่าโฆษณา (ROAS) ที่คุ้มค่า บริการ รับทำ Performance Max ของเราจึงถูกออกแบบมาเพื่อปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของ Google Ads ให้กับธุรกิจของคุณ

Performance Max คืออะไร และทำงานอย่างไร?

Performance Max หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า แคมเปญ PMax คือรูปแบบแคมเปญโฆษณาใหม่ล่าสุดจาก Google ที่ถูกออกแบบมาให้เป็น "Goal-based campaign" โดยอนุญาตให้ผู้ลงโฆษณาสามารถเข้าถึง Inventory ทั้งหมดของ Google ได้จากแคมเปญเดียว ซึ่งแตกต่างจากแคมเปญแบบดั้งเดิมที่ต้องแยกทำทีละช่องทาง

การทำงานของ AI-Powered Advertising

หัวใจสำคัญของ PMax คือระบบ Machine Learning และ AI ของ Google ที่จะทำหน้าที่ประมูลโฆษณา (Bidding), เลือกกลุ่มเป้าหมาย (Targeting), และจัดรูปแบบโฆษณา (Creative Optimization) แบบเรียลไทม์ โดยโฆษณาของคุณจะไปปรากฏในช่องทางต่างๆ ดังนี้:

  • Google Search: ดักจับความต้องการค้นหา
  • YouTube: สร้างการรับรู้และกระตุ้นการตัดสินใจผ่านวิดีโอ
  • Google Display Network (GDN): ติดตามลูกค้าไปยังเว็บไซต์ต่างๆ
  • Google Discover: เข้าถึงผู้ใช้ผ่าน Feed ข่าวสารที่ตรงความสนใจ
  • Gmail: เข้าถึงกล่องจดหมายส่วนตัว
  • Google Maps: ดึงดูดลูกค้าในพื้นที่

ระบบ Smart Bidding ใน PMax จะวิเคราะห์สัญญาณ (Signals) นับล้านรายการ เช่น เวลา, สถานที่, อุปกรณ์, ประวัติการค้นหา และความสนใจ เพื่อตัดสินใจว่าควรแสดงโฆษณาชิ้นไหน ให้กับใคร และในราคาเท่าไหร่ เพื่อให้ได้ Conversion สูงสุดตามงบประมาณที่กำหนด

ข้อดีของ Performance Max สำหรับธุรกิจ B2B

หลายคนเข้าใจผิดว่า PMax เหมาะสำหรับ E-commerce เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง สำหรับธุรกิจ B2B (Business-to-Business) หรือธุรกิจบริการที่มีมูลค่าสูง (High Ticket Service) การใช้บริการ รับทำ Performance Max สามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างมหาศาล

1. เข้าถึง Decision Makers ในทุก Touchpoint

ลูกค้ากลุ่ม B2B มักใช้เวลาในการตัดสินใจนาน (Long Sales Cycle) และไม่ได้ค้นหาบริการของคุณบน Google Search ตลอดเวลา พวกเขาอาจจะกำลังดูรีวิวบน YouTube, เช็คอีเมลงานใน Gmail หรืออ่านข่าวอุตสาหกรรม การใช้ PMax ช่วยให้แบรนด์ของคุณ "ตามติด" ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจเหล่านี้ไปในทุกแพลตฟอร์ม เพิ่มโอกาสในการถูกเลือกเมื่อถึงเวลาตัดสินใจ

2. ค้นหาลูกค้ากลุ่มใหม่ (Incremental Conversions)

ด้วยความฉลาดของ AI ระบบสามารถค้นหาลูกค้าที่มีพฤติกรรมคล้ายคลึงกับลูกค้าเก่าของคุณ (Lookalike) ในช่องทางที่คุณอาจไม่เคยนึกถึงมาก่อน ช่วยให้ธุรกิจไม่ตันอยู่กับกลุ่มเป้าหมายเดิมๆ และขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. การใช้ Data-Driven Attribution

PMax ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อป้อนข้อมูล Conversion ที่แม่นยำ สำหรับธุรกิจ B2B เราสามารถตั้งค่าให้ AI โฟกัสไปที่ "Qualified Lead" (ลูกค้าที่มีแนวโน้มซื้อจริง) แทนที่จะเป็นแค่คนกรอกฟอร์มทั่วไป ช่วยให้งบประมาณถูกใช้ไปกับคนที่มีคุณภาพจริงๆ

4. ประสิทธิภาพต่อต้นทุน (Cost Efficiency)

เมื่อรวมทุกช่องทางไว้ในแคมเปญเดียว AI จะจัดสรรงบประมาณไปยังช่องทางที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด ณ เวลานั้นๆ โดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องมาคอยโยกงบระหว่างแคมเปญ Search กับ Display ด้วยตัวเอง ซึ่งมักจะช้ากว่าการเปลี่ยนแปลงของตลาด

ทำไมต้องจ้างเอเจนซี่รับทำ Performance Max (ในเมื่อ AI ทำงานให้แล้ว?)

นี่คือคำถามที่พบบ่อยที่สุด: "ถ้า Google ใช้ AI ทำงานให้หมดแล้ว ทำไมฉันยังต้องจ้าง Google Ads Agency อีก?"

คำตอบคือ: "AI ต้องการนักบินที่เก่ง (Human Guidance)"

แม้ระบบจะฉลาดแค่ไหน แต่ PMax เปรียบเสมือนรถแข่งสมรรถนะสูง หากคนขับ (ผู้ตั้งค่าแคมเปญ) ป้อนข้อมูลผิดทาง รถก็อาจจะวิ่งออกนอกเส้นทางหรือชนกำแพงได้ การจ้างผู้เชี่ยวชาญ รับทำ Performance Max อย่าง Whalevox มีความสำคัญด้วยเหตุผลดังนี้:

1. การป้อน Audience Signals ที่แม่นยำ

AI จะเรียนรู้ได้เร็วและแม่นยำก็ต่อเมื่อได้รับ "สัญญาณ" เริ่มต้นที่ถูกต้อง เอเจนซี่มืออาชีพจะรู้วิธีการนำเข้า First-Party Data, Customer Lists และ Custom Segments เพื่อ "สอน" ให้ AI รู้จักลูกค้าในอุดมคติของคุณ ไม่เช่นนั้น AI อาจจะผลาญงบไปกับกลุ่มเป้าหมายที่ไม่มีคุณภาพในช่วงแรก (Learning Phase) เป็นจำนวนมาก

2. การจัดการ Creative Assets (หัวใจของ PMax)

ต่างจาก Search Ads ที่ใช้แค่ข้อความ PMax ต้องการรูปภาพ วิดีโอ โลโก้ และพาดหัวโฆษณาจำนวนมากเพื่อนำไปผสมผสานกัน (Asset Groups) ทีมงาน Whalevox จะช่วยวิเคราะห์และคัดเลือก Creative ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงแนะนำแนวทางการทำสื่อโฆษณาที่ AI ของ Google "ชอบ" และให้คะแนน Ad Strength สูง

3. การป้องกัน Brand Safety และ Negative Keywords

ข้อเสียของ PMax คือการควบคุมที่น้อยลง หากตั้งค่าไม่ดี โฆษณาของคุณอาจไปโผล่ในเว็บไซต์ขยะ หรือช่อง YouTube เด็ก ที่ไม่ก่อให้เกิดยอดขาย เรามี List ของ Negative Placements และเทคนิคการจำกัดขอบเขต (Brand Exclusions) เพื่อให้มั่นใจว่าแบรนด์ของคุณจะปรากฏในที่ที่เหมาะสมเท่านั้น

4. การวิเคราะห์และปรับปรุง (Optimization & Reporting)

เราไม่ได้แค่ดูรายงานพื้นฐาน แต่เราเจาะลึกไปถึง Asset Performance, Location Performance และ Auction Insights เพื่อปรับปรุงแคมเปญอย่างต่อเนื่อง การตีความข้อมูลเหล่านี้ต้องอาศัยประสบการณ์ของมนุษย์ เพื่อตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ AI ยังทำแทนไม่ได้

บริการรับทำ Performance Max จาก Whalevox

ที่ Whalevox เราให้บริการดูแลแคมเปญ PMax แบบครบวงจร (End-to-End Service) โดยทีมงานที่ได้รับใบรับรองจาก Google (Google Certified) กระบวนการทำงานของเราเน้นความโปร่งใสและผลลัพธ์ทางธุรกิจเป็นหลัก

Scope of Work (ขอบเขตการทำงาน):

1. Strategic Planning & Audit:

  • วิเคราะห์โครงสร้างบัญชีโฆษณาเดิม
  • กำหนดเป้าหมาย Conversion (Leads, Sales, Store Visits)
  • วางแผนงบประมาณและคาดการณ์ผลลัพธ์ (Forecasting)

2. Advanced Setup & Tracking:

  • ติดตั้ง Google Analytics 4 (GA4) และ Google Tag Manager (GTM) ขั้นสูง
  • ตั้งค่า Conversion Value เพื่อให้ระบบทำ Smart Bidding แบบ Maximise Conversion Value ได้
  • เชื่อมต่อข้อมูล Offline Conversion (สำหรับธุรกิจ B2B ที่ปิดการขายผ่านเซลล์)

3. Asset Group Creation:

  • เขียน Copywriting ที่ดึงดูดและมี Keyword สำคัญ
  • คัดเลือกรูปภาพและวิดีโอที่เหมาะสมกับแต่ละ Asset Group
  • แบ่งกลุ่ม Asset ตามหมวดหมู่สินค้าหรือบริการเพื่อความแม่นยำ

4. Audience Signal Optimization:

  • สร้าง Custom Segments จาก Search Terms ที่มีประสิทธิภาพ
  • อัปโหลด Customer Match Lists (รายชื่อลูกค้าเก่า) เพื่อทำ Remarketing และ Lookalike

5. Ongoing Optimization & Reporting:

  • ตรวจสอบแคมเปญรายวัน
  • รายงานผลประจำเดือน พร้อมคำแนะนำในการปรับปรุง (Actionable Insights)
  • A/B Testing ชิ้นงานโฆษณา

Case Study: ผลลัพธ์จริงจากแคมเปญ PMax ที่เราดูแล

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าบริการ รับทำ Performance Max ของเราสร้างความแตกต่างได้อย่างไร ขอยกตัวอย่างกรณีศึกษาจากลูกค้าจริง (สงวนชื่อบริษัทเพื่อความเป็นส่วนตัว)

Case Study 1: ธุรกิจจำหน่ายเครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรม (B2B)

โจทย์: ลูกค้าทำโฆษณา Google Search มานาน แต่พบว่า Cost Per Lead (CPL) สูงขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มหาลูกค้าใหม่ๆ ได้ยากขึ้น

กลยุทธ์: Whalevox แนะนำให้แบ่งงบประมาณ 30% มาทดลองทำ แคมเปญ PMax โดยเน้นใส่ Audience Signal เป็นรายชื่อลูกค้าที่เคยซื้อเครื่องจักร และกำหนด Asset Group แยกตามประเภทเครื่องจักร

ผลลัพธ์ใน 3 เดือน:

  • Conversion (Leads) เพิ่มขึ้น 145% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
  • Cost Per Lead (CPL) ลดลง 28%
  • ได้ลูกค้ากลุ่มใหม่จากช่องทาง YouTube และ Display ที่คู่แข่งยังเข้าไปไม่ถึง

Case Study 2: ธุรกิจค้าส่งสินค้าแฟชั่น (Wholesale E-commerce)

โจทย์: ต้องการเพิ่มยอดขาย (ROAS) และต้องการเคลียร์สต็อกสินค้าจำนวนมาก

กลยุทธ์: ใช้ PMax เชื่อมต่อกับ Google Merchant Center (Product Feed) โดยใช้กลยุทธ์ Bidding แบบ Target ROAS และแยกแคมเปญสำหรับสินค้า Best Seller และสินค้า Clearance

ผลลัพธ์ใน 3 เดือน:

  • ROAS เพิ่มขึ้นจาก 350% เป็น 800%
  • รายได้รวมจาก Google Ads เพิ่มขึ้น 2.5 เท่า
  • ระบบ AI ช่วยดันสินค้าที่คนไม่ค่อยเห็นใน Search ให้ไปเกิดยอดขายใน Google Discover และ Gmail

วิธีเริ่มต้นใช้บริการรับทำ Performance Max กับ Whalevox

หากคุณพร้อมที่จะยกระดับการทำโฆษณาออนไลน์และต้องการทีมงานมืออาชีพมาช่วยดูแล Whalevox มีขั้นตอนการเริ่มต้นที่ง่ายและเป็นระบบ:

  1. Free Consultation: ติดต่อเราเพื่อพูดคุยเบื้องต้นเกี่ยวกับธุรกิจ เป้าหมาย และงบประมาณ
  2. Account Audit: ทีมงานขอสิทธิ์เข้าดูบัญชี Google Ads เดิม (ถ้ามี) เพื่อประเมินโอกาสและจุดอ่อน
  3. Proposal & Strategy: เรานำเสนอแผนกลยุทธ์ PMax ที่เหมาะสมกับธุรกิจคุณ พร้อมประเมิน KPI
  4. Onboarding & Launch: เริ่มต้นกระบวนการ Setup และเปิดใช้งานแคมเปญภายใน 7-14 วัน
  5. Optimize & Scale: ปรับปรุงผลลัพธ์ต่อเนื่องและขยายผลเมื่อแคมเปญเริ่มนิ่ง (Scale Up)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับบริการรับทำ Performance Max

Q: ต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ถึงจะเริ่มทำ PMax ได้?A: PMax ต้องการข้อมูลจำนวนหนึ่งเพื่อให้ AI เรียนรู้ เราแนะนำงบประมาณขั้นต่ำเริ่มต้นที่ประมาณ 30,000 - 50,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็วในช่วง Learning Phase

Q: ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผล?A: โดยปกติ PMax จะใช้เวลาเรียนรู้ (Learning Period) ประมาณ 4-6 สัปดาห์ ในช่วงแรกผลลัพธ์อาจจะยังผันผวน แต่หลังจาก AI เรียนรู้กลุ่มเป้าหมายแล้ว ประสิทธิภาพจะดีขึ้นอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง

Q: ถ้าไม่มีวิดีโอ ทำ PMax ได้ไหม?A: ทำได้ แต่ไม่แนะนำให้ทำโดยไม่มีวิดีโอเลย เพราะจะเสียโอกาสในการโฆษณาบน YouTube ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญ หากคุณไม่มีวิดีโอ Google อาจสร้างวิดีโออัตโนมัติจากภาพนิ่งซึ่งคุณภาพอาจไม่ดีนัก ทาง Whalevox มีบริการแนะนำและช่วยจัดการเรื่อง Creative Asset ให้เหมาะสมได้

บทสรุป: อย่าปล่อยให้คู่แข่งแซงหน้าด้วย AI

โลกของการทำโฆษณา Google เปลี่ยนไปแล้ว การยึดติดกับวิธีการเดิมๆ อาจทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตช้ากว่าที่ควรจะเป็น Performance Max คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจ B2B และ SME เข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น แม่นยำขึ้น และคุ้มค่ามากขึ้น

แต่เครื่องมือที่ดีที่สุด ก็ต้องการผู้ใช้งานที่เชี่ยวชาญที่สุดเช่นกัน

ให้ Whalevox เป็นพาร์ทเนอร์ดูแลแคมเปญโฆษณาของคุณ เราพร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้าน รับทำ Performance Max มาช่วยเปลี่ยนงบโฆษณาให้กลายเป็นผลกำไรที่ยั่งยืน

พร้อมเพิ่มยอดขายด้วย Performance Max หรือยัง?

ติดต่อ Whalevox วันนี้เพื่อรับคำปรึกษาและ Audit บัญชีโฆษณาฟรี!

contact-us
พูดคุย รับคำปรึกษา จากทีมงานของเราได้ฟรี!
(ตอบกลับภายใน 1 ชั่วโมง)
1. รับฟังปัญหาและความจำเป็นทางธุรกิจของคุณ
2. นำเสนอแผนกลยุทธ์ที่ครอบคลุม
3. ดำเนินขั้นตอนการตลาดพร้อมเริ่มผลลัพธ์ใน 24 ชั่วโมง
4. วัดผลแคมเปญและปรับปรุงต่อเนื่อง
contact-us